หลายคนเริ่มสนใจเรื่องภาษีก็ตอนมีรายได้ประจำ หรือมีงานเสริมแล้วสงสัยว่าเมื่อไรถึงต้อง ยื่นภาษี กันแน่ คำถามยอดฮิตคือ “รายได้เท่าไหร่ถึงต้องยื่น” ซึ่งความจริงแล้ว จุดที่ต้องรู้ก่อนคือ เกณฑ์การยื่นแบบ ไม่เท่ากับ เกณฑ์ที่ต้องเสียภาษี เสมอไป นี่เป็นจุดที่ทำให้คนทำงานพลาดกันบ่อยมาก
ถ้ามองแบบง่ายที่สุด การเช็กว่าตัวเองต้องยื่นหรือไม่ ให้เริ่มจากรายได้ทั้งปีของตัวเองก่อน แล้วค่อยดูค่าลดหย่อนและค่าใช้จ่ายตามประเภทเงินได้ทีหลัง เพราะบางคนมีหน้าที่ต้องยื่นแบบ แต่เมื่อคำนวณจริงอาจเสียภาษีเป็นศูนย์ก็ได้ นั่นแปลว่า “ไม่เสียภาษี” ไม่ได้หมายความว่า “ไม่ต้องยื่น” เสมอไป
เกณฑ์รายได้พื้นฐานที่ต้องยื่นแบบ
ตามแนวทางพื้นฐานของกรมสรรพากร คนธรรมดาที่มีเงินได้พึงประเมินทั้งปีถึงเกณฑ์ต่อไปนี้ โดยทั่วไปถือว่ามีหน้าที่ต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
- โสด มีรายได้ทั้งปี เกิน 60,000 บาท
- สมรส มีรายได้ทั้งปี เกิน 120,000 บาท
คำว่า “รายได้” ในที่นี้ ไม่ได้หมายถึงแค่เงินเดือนอย่างเดียว แต่รวมถึงรายได้จากงานอิสระ ค่าจ้างพิเศษ ค่านายหน้า ค่าเช่า หรือรายได้จากการขายของออนไลน์ที่เข้าลักษณะเป็นเงินได้ด้วย ดังนั้นถ้าคุณคิดจากเงินเดือนอย่างเดียว อาจประเมินต่ำกว่าความจริงโดยไม่รู้ตัว
จุดสำคัญคือ เกณฑ์นี้เป็นเกณฑ์พื้นฐานสำหรับดูว่า ควรเริ่มตรวจสอบเรื่องการยื่นภาษีแล้วหรือยัง ไม่ใช่ตัวเลขที่บอกว่าคุณจะต้องจ่ายภาษีแน่นอน
ทำไมบางคนรายได้ถึงเกณฑ์ แต่สุดท้ายไม่ต้องเสียภาษี
นี่คือเรื่องที่คนสับสนมากที่สุด เพราะระบบภาษีไทยไม่ได้ดูแค่รายได้รวม แต่ยังมีการหัก ค่าใช้จ่าย และ ค่าลดหย่อน ก่อนคำนวณภาษีจริง เช่น ค่าลดหย่อนส่วนตัว ประกันสังคม ประกันชีวิต กองทุนต่าง ๆ หรือดอกเบี้ยกู้ซื้อบ้านในบางกรณี
ยกตัวอย่าง คนทำงานประจำมีรายได้ปีละ 180,000 บาท แม้จะเกินเกณฑ์ต้องยื่นแบบ แต่เมื่อหักค่าใช้จ่ายเงินเดือนและค่าลดหย่อนส่วนตัวแล้ว ฐานภาษีอาจเหลือน้อยมาก หรือบางคนอาจไม่เหลือภาษีต้องชำระเลยก็ได้ ถึงอย่างนั้นก็ยังควร ยื่นภาษี ให้ถูกต้อง เพราะเป็นหน้าที่ตามระบบภาษี และยังใช้เป็นหลักฐานทางการเงินได้ในอนาคต
รายได้แบบไหนบ้างที่ต้องนับรวม
ถ้าจะประเมินให้แม่น อย่าดูเฉพาะสลิปเงินเดือน แต่ให้รวมเงินได้ที่เกิดขึ้นตลอดปีทั้งหมด โดยเฉพาะคนที่มีหลายช่องทางรายได้ ตอนนี้พบได้บ่อยมากทั้งฟรีแลนซ์ ครีเอเตอร์ และพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์
- เงินเดือน ค่าจ้าง โบนัส
- รายได้จากงานอิสระหรือฟรีแลนซ์
- ค่านายหน้า ค่าคอมมิชชัน
- ค่าเช่าบ้าน คอนโด หรือทรัพย์สิน
- รายได้จากวิชาชีพอิสระ เช่น แพทย์ ทนาย สถาปนิก
- รายได้จากการรับจ้างทำคอนเทนต์ ขายของออนไลน์ หรือรับรีวิว
ถ้าคุณมีรายได้หลายทาง สิ่งที่ควรทำคือสรุปยอดทั้งปีให้ครบก่อน แล้วค่อยตัดสินใจเรื่องการ ยื่นภาษี เพราะความผิดพลาดส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากการคำนวณซับซ้อน แต่เกิดจาก “นับรายได้ไม่ครบ” มากกว่า
ตัวอย่างง่าย ๆ ที่ช่วยให้เห็นภาพ
คนโสด เงินเดือน 12,000 บาทต่อเดือน
รายได้ทั้งปีอยู่ที่ 144,000 บาท ซึ่ง เกิน 60,000 บาท จึงเข้าข่ายต้องยื่นแบบ แม้สุดท้ายเมื่อหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนแล้ว อาจเสียภาษีน้อยมากหรือไม่เสียเลยก็ตาม
คนโสด รับฟรีแลนซ์เดือนละประมาณ 6,000 บาท
ถ้ารายได้รวมทั้งปีอยู่ที่ 72,000 บาท ก็เกินเกณฑ์พื้นฐานเช่นกัน กรณีนี้ยิ่งควรเก็บหลักฐานรายรับและค่าใช้จ่ายไว้ให้ดี เพราะรายได้ประเภทงานอิสระมักมีรายละเอียดในการคำนวณมากกว่างานประจำ
สมรสแล้ว มีรายได้รวม 110,000 บาทต่อปี
หากดูตามเกณฑ์พื้นฐานทั่วไป ตัวเลขนี้ยังไม่เกิน 120,000 บาท จึงอาจยังไม่เข้าข่ายต้องยื่นแบบจากเกณฑ์รายได้ขั้นต่ำ แต่ในทางปฏิบัติ รายละเอียดเรื่องคู่สมรสและประเภทเงินได้มีผลต่อการคำนวณได้เสมอ ถ้าโครงสร้างรายได้ซับซ้อน ควรตรวจสอบกับข้อมูลล่าสุดของกรมสรรพากรอีกครั้ง
เอกสารที่ควรเตรียมก่อนถึงฤดูภาษี
คนที่เตรียมเอกสารเร็ว มักยื่นได้ไวและผิดพลาดน้อยกว่า โดยเฉพาะถ้ามีรายได้หลายทาง
- หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย หรือ 50 ทวิ
- สรุปรายได้จากงานเสริมและฟรีแลนซ์
- หลักฐานประกันสังคม ประกันชีวิต กองทุน และค่าลดหย่อนต่าง ๆ
- เอกสารดอกเบี้ยบ้าน หรือหลักฐานลดหย่อนครอบครัวถ้ามี
- บัญชีรายรับรายจ่ายสำหรับคนค้าขายหรือทำธุรกิจส่วนตัว
เมื่อเอกสารครบ การ ยื่นภาษี จะไม่ใช่เรื่องน่าปวดหัวอย่างที่คิด และยังช่วยลดโอกาสยื่นตกหล่นอีกด้วย
ช่วงเวลายื่นแบบ และข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
โดยทั่วไป ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของปีภาษีก่อนหน้า จะเข้าสู่ช่วงยื่นแบบในต้นปีถัดไป โดยการยื่นกระดาษมักอยู่ราวเดือนมกราคมถึงมีนาคม ส่วนการยื่นออนไลน์มักขยายเวลาออกไปเล็กน้อยในบางปี ดังนั้นควรเช็กประกาศล่าสุดทุกครั้ง
ข้อผิดพลาดที่เจอบ่อยมีอยู่ไม่กี่เรื่อง แต่กระทบเต็ม ๆ ได้แก่
- คิดว่ามีภาษีเป็นศูนย์แล้วไม่ต้องยื่น
- รวมเฉพาะเงินเดือน แต่ลืมรายได้เสริม
- เก็บเอกสารลดหย่อนไม่ครบ
- รอจนใกล้หมดเขตแล้วค่อยทำ
ถ้าจะให้สรุปแบบตรงไปตรงมา เรื่องนี้ไม่ได้ยากเท่าที่หลายคนกลัว แค่เริ่มจากการรู้ว่า รายได้ทั้งปีของตัวเองเกินเกณฑ์หรือยัง แล้วค่อยดูขั้นต่อไปว่ามีค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนอะไรหักได้บ้าง สำหรับคนโสด ตัวเลขพื้นฐานคือเกิน 60,000 บาทต่อปี ส่วนคนสมรสคือเกิน 120,000 บาทต่อปี
สุดท้าย สิ่งที่น่าคิดต่อไม่ใช่แค่ว่าปีนี้ต้องยื่นหรือไม่ แต่คือคุณรู้สถานะการเงินของตัวเองดีพอหรือยัง เพราะคนที่จัดการรายได้เป็น มักจัดการภาษีได้ดีด้วย และนั่นส่งผลต่อทั้งสภาพคล่อง โอกาสกู้เงิน รวมถึงความสบายใจในระยะยาว















































